PlanetX ดาวเคราะห์ใหม่ของระบบสุริยะ?

ระบบสุริยะ จะมีดาวเคราะห์ดวงที่ 9 อีกครั้ง?




ย้อนกลับไป 10 กว่าปีที่แล้ว

ตำราเรียนเขียนไว้ว่า

ดาวเคราะห์ที่ไกลจากโลกมากที่สุด

มีชื่อว่า “ดาวพลูโต”

เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ของระบบสุริยะ


เหตุเกิดเพราะวันนึงเราดันไปเจอ ดาวอีริส และพวกดาวอื่นๆ

ที่ดันอยู่ในย่านไคเปอร์เบลท์ (Kuiper Belt)

ซึ่งถือว่าเป็นย่านอันไกลโพ้นที่เลยดาวเนปจูนออกไป

ดาวพวกนี้มีลักษณะการโคจร และลักษณะคล้ายกับดาวพลูโต


เพราะอย่างนี้ ถ้าเรานับพลูโตว่าเป็น "ดาวเคราะห์"

งั้นน้องดาวพวกนี้อีกหลายดวงที่อยู่ละแวกเดียวกัน

ก็ควรจะถูกรวมญาติมาเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ของตระกูลสุริยะด้วยเหมือนกัน


กลายเป็นว่าระบบสุริยะของเรา

ก็จะเต็มไปด้วยดาวเคราะห์เป็นสิบๆดวง นับกันไม่หวาดไม่ไหว

แลดูไม่มีความพิเศษอีกต่อไป


ความวุ่นวายนี้ ทำให้ในปี 2006

International Astronomical Union (IAU)

ต้องออกมาเซ็ตคุณสมบัติของดาวเคราะห์ไว้ 3 ข้อคือ

1. โคจรรอบดวงอาทิตย์

2. มีมวลมากพอสำหรับแรงโน้มถ่วง ซึ่งทำให้ดาวอยู่ในสภาวะสมดุล ทำให้รูปทรงคล้ายทรงกลม

3. ไม่มีวัตถุอื่นๆ ที่มีขนาดใกล้ๆ กัน โคจรในย่านเดียวกัน


ซึ่งดาวพลูโต ขาดคุณสมบัติข้อที่ 3 ของดาวเคราะห์

(เพราะมีเพื่อนขนาดใกล้ๆ กันอยู่แถบเดียวกัน)

เลยจัดดาวพลูโตไปอยู่ในหมวดใหม่ที่ชื่อว่า “ดาวเคราะห์แคระ” แทน

พร้อมกับถูกเนรเทศออกจากครอบครัวดาวเคราะห์ของระบบสุริยะโดยปริยาย


ช่วงนั้น ระบบสุริยะ เลยมีดาวเคราะห์ เหลือแค่ 8 ดวง

เราตัดออก 1 ดวง แลกกับที่จะไม่เพิ่มอีกหลายดวงเข้าไปในหมวด “ดาวเคราะห์” นั่นเอง


แต่ในช่วงสองปีหลังนี้

ก็มีข่าวที่ทำให้เราอาจจะต้องแก้หนังสือเรียนอีกครั้ง

นักวิจัยเจอหลักฐานว่าอาจมีดาวเคราะห์ดวงใหม่

ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโลกของเราถึง 10 เท่า!!!


มันเริ่มมาจากการพบว่า วัตถุในแถบไคเปอร์เบลท์ (Kuiper Belt Objects)

อย่างน้อย 6 ดวง มีวงโคจรไปในทิศทางเดียวกัน

ซึ่งค่อนข้างแปลก ที่ดาวทุกดวงในแถบเดียวกันจะมีวงโคจรในทางเดียวกันทั้งหมด

นักวิจัยคิดว่า มันน่าจะมีดาวเคราะห์ดวงอื่นกำลังโคจรอยู่ในทิศทางตรงกันข้ามบ้างสิ?

แล้วดาวเคราะห์ดวงนั้น ก็น่าจะใหญ่มากทีเดียวถึงจะส่งผลกับการโคจรของวัตถุอื่นๆ ได้มากขนาดนั้น


โดยปกติแล้ว การจะหาดาวใหม่เจอ มักไม่ได้เกิดจาก

การส่องกล้องไปปุ๊บ ก็จะเจอปั๊บ

ดาวบนฟ้ามีอยู่เป็นล้านดวง แถมบางดวงก็ไกลจนมองไม่เห็นอีก

ถ้ามัวแต่ส่องฟ้าหาดาว เราคงไม่เจออะไรที่ต่างจากนักปราชญ์ชาวกรีกเมื่อพันๆ ปีก่อนแน่


วิธีที่นักวิจัยชอบใช้กันก็คือ

“การคำนวณหาวงโคจรของดาว”

เพราะการรู้วงโคจรของดาว จะทำให้เราหาตำแหน่งของดาวได้


นักวิจัยเชื่อว่า ถ้าเราสามารถหาวัตถุในแถบไคเปอร์เบลท์ได้เพิ่มขึ้น

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยในการค้นหาดาวเคราะห์ดวงที่ 9

อย่างไรก็ตาม เรายังหาดาวเคราะห์ดวงที่ว่า “ไม่พบ”


แล้วในเร็วๆนี้เอง (2018) นักวิจัยได้เจอข้อมูล

ที่สนับสนุนว่าดาวเคราะห์ดวงที่ 9 น่าจะมีอยู่จริง

จากงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับดาว 2015 TG387

หรือ “ก็อบลิน(The Goblin)” ดาวเคราะห์แคระอีกดวงในแถบไคเปอร์เบลท์


สิ่งที่น่าสนใจมากก็คือ

ผลการสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่า

ดาวเคราะห์ดวงที่ 9 มีผลต่อการโคจรของดาวก็อบลิน

ในแบบเดียวกันกับวัตถุอื่นๆในแถบไคเปอร์เบลท์


วงโคจรของดาวก็อบลิน ก็เลยถูกนำมาศึกษาต่อ

เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการค้นหาดาวเคราะห์ดวงที่ 9 นี้


ผลสำรวจนี้ก็ยังไม่ได้ทำให้เรายืนยัน

ได้ว่าดาวเคราะห์ที่ 9 นั้นมีอยู่จริง

แต่ก็เป็นข้อมูลที่สำคัญมาก

ที่นักวิจัยจะใช้เพื่อหาดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ต่อไป


จากบทความนี้ Vonder เรียก “ดาวเคราะห์ดวงที่ 9”

เพื่อสื่อถึงดาวเคราะห์ดวงใหม่

ที่นักวิจัยพยายามตามหาว่ามีจริงมั้ย

ซึ่งตอนนี้ก็มีกระแสดราม่าว่า

สรุปเราควรจะเรียกดาวดวงนี้ว่าอะไรกันแน่

บางคนก็เรียก Planet X (ดาวเคราะห์ X)

บางคนก็เรียก Planet 9 (ดาวเคราะห์ดวงที่ 9)


คงต้องภาวนาให้มีใครสักคนเจอดาวเคราะห์ดวงใหม่นี้เร็วๆ

จะได้มีชื่อจริงสักที ไม่ต้องมางงว่าจะเรียก Planet X หรือ Planet 9 กันแน่?


Reference:

• http://www.iau2006.org/mirror/www.iau.org/iau0603/index.html

• https://www.universetoday.com/107598/what-is-the-kuiper-belt/

• https://www.universetoday.com/13573/why-pluto-is-no-longer-a-planet/

• https://www.businessinsider.com/planet-nine-x-name-argument-2018-6

• https://science.howstuffworks.com/goblin-may-reveal-phantom-planet-x-lurking-in-deep-space.htm

• http://iopscience.iop.org/article/10.3847/0004-6256/151/2/22/meta;jsessionid=4958533D9BFED12639B8F5DA665CD8D5.c2.iopscience.cld.iop.org

• https://www.npr.org/sections/thetwo-way/2016/01/20/463087037/hints-of-a-hidden-distant-planet-in-our-solar-system

• https://www.eurekalert.org/pub_releases/2018-10/cifs-ned092618.ph



© Vonder (Thailand) Co. Ltd.   (24th Floor Chamchuri Square)